"มุมกฎหมาย"
การบริหารอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในปัจจุบัน มีพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย
พ.ศ.2527 เป็นกฏหมายแม่บทในการบริหาร โดยให้มีบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย
1. ผู้แทนชาวไร่อ้อย
2. ผู้แทนโรงงาน
3. ผู้แทนส่วนราชการ
ร่วมกันบริหารอุตสาหกรรม เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และคุ้มครองรักษาผล
ประโยชน์ของชาวไร่อ้อย ในด้านการผลิตและจำหน่ายอ้อย เพื่อให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย
เติบโตโดยมีเสถียรภาพ และเกิดความเป็นธรรมแก่ชาวไร่อ้อย เจ้าของโรงงานน้ำตาลและประชาชนผู้บริโภค
ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ใน การประกาศใช้พระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้
ในการบริหารอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ตลอดเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา
มักประสบปัญหาความไม่ชัดเจน ความไม่เข้าใจ จนถึงมีการฟ้องร้องกันทางศาลอยู่หลายครั้ง
ดังนั้น มุมกฎหมาย ของสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย จึงจะนำการรวบรวมบรรดา
ความเห็นทางกฎหมายของคณะที่ปรึกษากฎหมาย คณะกรรมการกฤษฎีกา และคำพิพากษาของศาล
เพื่อประโยชน์แก่ผู้สนใจศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย
ซึ่งจะนำมาลงเผยแพร่เป็นระยะๆ ต่อไป !!!
คณะกรรมการกฤษฎีกา
การใช้จ่ายเงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527
โดยสรุป
ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 5 สรุปว่า การนำเงินของกองทุนไปใช้จ่ายไม่ว่าจะได้มา
ทางใดก็ตาม จะต้องเป็นไปตาม ม.30 แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ซึ่งกรณีการ
จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของกองทุนตาม ม.23 นั้น ไม่มีการบัญญัติไว้ให้เป็นไปตามหลักการ การแบ่งปันผล
ประโยชน์ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล แต่ได้บัญญัติให้นำมาใช้จ่ายเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบ
อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย และอื่นๆ ตาม ม.23 โดยมีคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเป็นผูู้้กำหนด
ดูรายละเอียดทั้งฉบับ
คณะที่ปรึกษากฎหมาย
การใช้จ่ายเงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายในการสนับสนุนการวิจัย
โดยสรุป
ความเห็นของคณะที่ปรึกษากฎหมาย สรุปว่า การใช้จ่ายเงินของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย
ต้องเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 23 และมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527
ซึ่งกำหนดให้กองทุนฯสามารถใช้จ่ายในการศึกษาวิจัยได้ ฉะนั้นในกรณีที่กองทุนฯ หรือสำนักงานฯ
จะดำเนินการต่างๆ เพื่อการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอ้อยและน้ำตาลทราย จึงสามารถใช้จ่ายเงินจากกองทุนฯ
ได้โดยตรง
ดูรายละเอียด
|